• Unable to create CTools CSS cache directory. Check the permissions on your files directory.
  • Unable to create CTools CSS cache directory. Check the permissions on your files directory.

อะไรคือ "อัลอิสติฮาละฮฺ" ? 2

โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี

ฝ่ายวิชาการศาสนาฮิมายะฮฺ

 

จากข้อวิเคราะห์ของท่านอิบนุตัยมียะฮฺดังกล่าว เราสามารถวินิจฉัยปัญหานี้ตามสภาพอุตสาหกรรมด้านอาหารและการบริโภคของมุสลิมได้ดังนี้

 

1. หลักการศาสนาให้มองสิ่งต่างๆ ตามสภาพของมัน โดยไม่ต้องมองถึงที่ไปที่มา เพราะมิฉะนั้นแล้วหลายสิ่งหลายอย่างที่มันสะอาดและศาสนาอนุโลมให้บริโภคจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องห้าม และความลำบากความเดือดร้อนก็จะเกิดขึ้นกับผู้คนอย่างแน่นอน แต่อิสลามมิใช่ศาสนาแห่งการสร้างความลำบาก

 

2.  ไม่มีข้อแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนสภาพของสิ่งนะญิสด้วยตัวมันเองหรือด้วยน้ำมือของมนุษย์ เพราะผลที่จะเกิดขึ้นก็เป็นอันเดียวกัน ดังนั้นอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่มีความสามารถเปลี่ยนวัตถุที่นะญิสจะเป็นอย่างไรก็ตาม ถือว่าสิ่งนะญิสที่เปลี่ยนสภาพแล้วนั้นอนุญาตให้บริโภคได้

 

3. จำต้องวิเคราะห์การเปลี่ยนสภาพของสิ่งนะญิส ว่าเปลี่ยนแบบไหนจึงจะถือว่าไม่นะญิสแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ปราชญ์มุสลิมก็ได้วิเคราะห์ไว้ว่า การเปลี่ยนสภาพของสิ่งนะญิสนั้นมิใช่เปลี่ยนลักษณะจากของแข็งเป็นของเหลว หรือจากวัตถุดิบเป็นวัตถุที่โดนไฟ แต่การเปลี่ยนสภาพจากสิ่งนะญิสไปเป็นสิ่งที่ไม่ใช่นะญิส คือการเปลี่ยนตัววัตถุทางโครงสร้างหรือส่วนประกอบของวัตถุนั้นๆ โดยถ้าเปลี่ยนแล้วก็ไม่สามารถใช้ชื่อเดิมได้ เช่น สัตว์ตาย (ที่ประกอบด้วยเนื้อ เลือด หนัง กระดูก) หากถูกเผาจนกลายเป็นเถ้า ก็ไม่สามารถเอาชื่อเดิม(สัตว์ตาย)มาใช้กับวัตถุนี้(เถ้า)ได้ เพราะมันเป็นคนละสภาพกัน, หรือน้ำส้มสายชูที่เคยผ่านขั้นตอนเป็นเหล้า เราไม่สามารถเรียกน้ำส้มสายชูว่าเป็นเหล้าได้ เพราะโครงสร้างของมันเปลี่ยนสภาพไปอย่างสิ้นเชิง 

 

4. นักปราชญ์มุสลิมส่วนมากในทุกยุคทุกสมัยเห็นด้วยกับหลักการอิสติฮาละฮฺ และการใช้ชีวิตของสังคมมุสลิมทั่วโลกก็คุ้นเคยกับหลักการนี้ แม้กระทั่งในพื้นที่ที่ยึดในมัซฮับชาฟิอี(ซึ่งไม่เห็นด้วยกับหลักการอิสติฮาละฮฺ) เช่น แถบมลายู ก็จำต้องนำหลักการนี้มีใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การอนุโลมให้บริโภคน้ำส้มสายชูที่ผ่านอุตสาหกรรม เพราะน้ำส้มสายชูที่ผลิตในทางอุตสาหกรรมนั้นเป็นการเปลี่ยนสภาพด้วยการกระทำของมนุษย์อย่างชัดเจน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอนุญาตให้บริโภค ซึ่งหน่วยงานรับรองฮาลาลอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ก็ให้การรับรองฮาลาลแก่น้ำส้มสายชูดังกล่าว ปัจจุบันนี้ผมไม่เคยพบใครที่เคร่งครัดในการเลือกรับประทานน้ำส้มสายชูที่เปลี่ยนสภาพด้วยตัวเองตามธรรมชาติเท่านั้น นอกจากบางคนเท่านั้นที่ยังเชือถือและปฏิบัติตามมัซฮับชาฟิอีและทำน้ำหมักเอง ซึ่งกระบวนการที่จะได้น้ำส้มสายชูแบบนี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร และอุตสาหกรรมไม่สามารถรอคอยได้ 

 

5. เราต้องคำนึงถึงหลักการศาสนาที่อำนวยความสะดวกให้แก่วิถีชีวิตของมุสลิม โดยไม่บิดเบือนหรือเปลี่ยนแปลง หรือไม่บิดพริ้วกับตัวบทหลักฐาน และหลักการอิสติฮาละฮฺนี้นอกจากเป็นทัศนะของปราชญ์มุสลิมส่วนมากแล้ว ก็ยังมีหลักฐานตัวบทชัดเจนยืนยันไว้ด้วย

 

6. หลักการศาสนาเกี่ยวกับสิ่งบริโภคนั้นมีความชัดเจน จำต้องไม่ให้เรื่องผลประโยชน์ของบุคคลหรือสถาบันใดมาปิดบังหลักการ แต่ต้องคำนึงถึงความสะดวกของผู้ศรัทธา และสำคัญที่สุดก็คือหลักการศาสนาที่รองรับหลักการดังกล่าว  ดังนั้นผู้ที่จะให้คำชี้ขาดหรือมีน้ำหนักในข้อแนะนำหรือข้อปฏิบัติในเรื่องนี้คือปราชญ์มุสลิมที่เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหลักการศาสนาหามิใช่นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ที่จะมาวินิจฉัยและให้น้ำหนักกับทัศนะหนึ่งทัศนะใดได้

 

7. หลักการอิสติฮาละฮฺนี้ควรที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล(สถานะ)ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ  ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคมุสลิมสามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ไม่มีตราฮาลาลได้ในยามจำเป็นที่ต้องบริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และหลักการอิสติฮาละฮฺยังช่วยให้อุตสาหกรรมขยายตัวได้ และเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ที่สามารถได้รับการรับรองฮาลาล และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องมุสลิมด้วย

 

8. สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการพูดคุยในเชิงวิชาการเกี่ยวกับหลักการอิสติฮาละฮฺ เพื่อแสวงหาข้อยุติในเชิงปฏิบัติ เพราะทุกวันนี้ดูเหมือนว่ามาตรฐานฮาลาลในประเทศมุสลิมต่างๆ นำหลักการนี้มาใช้บ้างไม่ใช้บ้าง อันจะส่งผลในเง่ลบต่อความน่าเชื่อถือของมาตรฐานฮาลาล

 

 

ความคิดเห็น

ตอเฮ๊ร

ตกลงบทสรุป..มีน้ำส้มสายชูที่สามารถทานได้ใหมครับ

น้ำส้มสายชู

ทานได้ตามทัศนะของนักวิชาการศาสนาฮิมายะฮฺ

รับฟังรายละเอียดได้ที่  http://www.islaminthailand.org/dp6/?q=qa/3140